โรงพยาบาลพระรามเก้าร่วมกับเครือข่ายสุขภาพภาคใต้ จัดสัมมนาวิชาชีพด้านการพยาบาลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและการผ่าตัดเปลี่ยนไต ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เสริมสิทธิผู้ป่วย และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับวิชาชีพ

เมื่อ "ไต" คือหัวใจของคุณภาพชีวิต

โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) เป็นหนึ่งในภาวะสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ผู้ป่วยต้องเผชิญกับข้อจำกัดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร การฟอกไตตามตารางเวลา หรือการรอรับการปลูกถ่ายไต บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ พยาบาลวิชาชีพ จึงเป็นด่านหน้าสำคัญที่ไม่เพียงแต่รักษาอาการ แต่ยังต้องดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในทุกมิติ

ด้วยความตระหนักในพันธกิจนี้ โรงพยาบาลพระรามเก้า จึงได้ผนึกกำลังกับเครือข่ายสุขภาพภาคใต้ จัดงานสัมมนาวิชาชีพในหัวข้อ "การพยาบาลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และการผ่าตัดเปลี่ยนไต" ขึ้น ณ ห้องศรีวิชัย ซีดี โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นเวทีกลางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการพยาบาลในภูมิภาคให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

ผู้นำด้านสุขภาพไตร่วมเปิดเวทีแลกเปลี่ยน

พิธีเปิดงานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำร่วมเป็นประธาน ได้แก่

  • นพ.วิรุฬห์ มาวิจักขณ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการสถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า
  • นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า
  • นพ.บรรจบ มานะกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทักษิณ

การมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐในภูมิภาค สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพไตของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3 หัวข้อสำคัญที่พยาบาลและผู้ดูแลผู้ป่วยไตต้องรู้

ภายในงานสัมมนา ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้ป่วยโรคไตอย่างองค์รวม โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ดังนี้

1. แนวทางการรักษาโรคไต

ถ่ายทอดโดย รศ.พญ.ชนิกานต์ ศมาวรรตกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังในระยะต่าง ๆ ไปจนถึงแนวปฏิบัติทางคลินิกที่เป็นปัจจุบัน เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพสามารถวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมและทันต่อวิทยาการทางการแพทย์ การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ และพยาบาลมีบทบาทสำคัญในการประเมินอาการ ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว ตลอดจนช่วยให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมเพื่อชะลอความเสื่อมของไต

2. "ไตใหม่ ชีวิตใหม่" : การผ่าตัดปลูกถ่ายไต

นำเสนอโดย พญ.สรัลชนา เจียมพจมาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดปลูกถ่ายไต หัวข้อนี้สะท้อนมุมมอง Wellness ที่ชัดเจน เพราะการปลูกถ่ายไตไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการคืนคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยอย่างแท้จริง ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตสำเร็จสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ ลดการฟอกไต ลดภาระค่าใช้จ่าย และฟื้นคืนพลังชีวิตในทุกด้าน

"การปลูกถ่ายไตไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอวัยวะ แต่คือการมอบชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยคุณภาพและความหวังให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว"

3. สิทธิของผู้ป่วยโรคไต

บรรยายโดย นายอาคม เดชประมวลพล จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 11 สุราษฎร์ธานี หัวข้อนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพองค์รวม เพราะนอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การที่ผู้ป่วยทราบและเข้าถึงสิทธิสุขภาพที่ตนพึงได้รับจะช่วยลดความเครียด ลดภาระทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างครบถ้วน ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อ wellness ของผู้ป่วยและครอบครัว

เครือข่ายสุขภาพภาคใต้: พลังร่วมเพื่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยไต

การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านโรคไตและการปลูกถ่ายไตในระดับชั้นนำของประเทศ กับ โรงพยาบาลทักษิณ และเครือข่ายสุขภาพในภาคใต้ ความร่วมมือลักษณะนี้สร้างผลดีที่เป็นรูปธรรมหลายประการ ได้แก่

  • พยาบาลและบุคลากรในภูมิภาคได้รับองค์ความรู้ที่ทันสมัยและผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ
  • ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคไตระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
  • สร้างเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ
  • เสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวในภาคใต้ว่าจะได้รับการดูแลที่ได้มาตรฐาน

มุมมอง Wellness: การดูแลไตคือการดูแลชีวิตทั้งหมด

จากมุมมองของสุขภาพองค์รวม การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังไม่ควรมองเพียงแค่ตัวเลขค่าไตในเลือด แต่ต้องมองถึง คุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม และเสรีภาพในการใช้ชีวิต

พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการพัฒนาทักษะด้านนี้จึงไม่ใช่เพียงผู้ดูแลอาการป่วย แต่คือ "ผู้สนับสนุนคุณภาพชีวิต" (Wellness Supporter) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับมือกับโรค ปรับตัว และยังคงมีความสุขในชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี สอดคล้องกับแนวทางการดูแลสุขภาพสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Patient-Centered Care และ Holistic Health

การสัมมนาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่งานวิชาการ แต่คือการลงทุนในระบบนิเวศสุขภาพของภาคใต้ที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตและครอบครัวได้อย่างยาวนาน

คำถามที่พบบ่อย
  • โรคไตเรื้อรังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างไร?
    โรคไตเรื้อรัง (CKD) ส่งผลกระทบต่อชีวิตในหลายมิติ ทั้งด้านร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย บวม และโลหิตจาง ด้านจิตใจจากความเครียดและความวิตกกังวล รวมถึงด้านสังคมและเศรษฐกิจจากภาระการฟอกไตและค่าใช้จ่ายการรักษา การได้รับการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพช่วยให้ผู้ป่วยรับมือกับโรคได้ดีขึ้นและยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • การผ่าตัดปลูกถ่ายไตช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตได้จริงหรือ?
    ใช่ การปลูกถ่ายไตที่ประสบความสำเร็จช่วยให้ผู้ป่วยลดหรือเลิกการฟอกไต กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากขึ้น มีพลังงานมากขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ผู้ป่วยหลายรายสามารถกลับไปทำงาน ดูแลครอบครัว และมีกิจกรรมทางสังคมได้อีกครั้ง
  • ผู้ป่วยโรคไตมีสิทธิอะไรบ้างภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)?
    ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาทดแทนไต ทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไต รวมถึงค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สปสช. เขตพื้นที่หรือโทร 1330
  • พยาบาลมีบทบาทอย่างไรในการดูแลผู้ป่วยโรคไตแบบองค์รวม?
    พยาบาลวิชาชีพมีบทบาทสำคัญในฐานะ 'ผู้สนับสนุนคุณภาพชีวิต' ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินและติดตามอาการทางกาย การให้ความรู้เรื่องการควบคุมอาหารและพฤติกรรมสุขภาพ การดูแลสุขภาพจิต การสนับสนุนด้านสิทธิ และการประสานงานระหว่างทีมสหสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนในทุกมิติ
  • โรงพยาบาลพระรามเก้ามีบริการด้านโรคไตและการปลูกถ่ายไตอย่างไร?
    โรงพยาบาลพระรามเก้ามี 'สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต' ที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยและรักษาโรคไตเรื้อรัง การฟอกไต ไปจนถึงการผ่าตัดปลูกถ่ายไต โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมทั้งมีการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาลในภูมิภาคเพื่อให้ผู้ป่วยทั่วประเทศเข้าถึงการดูแลคุณภาพสูงได้ใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น
แชร์บทความนี้